

10 วันเต็มกับมาตรการตอบโต้ทางการทูตระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นรอบ 10 วันที่ผู้ติดตามข่าวสารไม่อยากเห็นเหตุการณ์ตึงเครียดในระดับที่เคยเกิดขึ้นเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน กับการเผาสถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ
ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ย้ำว่ายึดผลประโยชน์ของประเทศไทยและคนไทยเป็นหลัก แต่จะระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนจนถึงขั้นปิดด่านไทย-กัมพูชา
ผู้นำไทยตอกย้ำอยู่บ่อยๆ อย่างชัดเจน แล้วผู้นำกัมพูชา นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ไม่ได้ยินหรอกหรือ
เรื่องไม่ได้ยินไม่น่าจะใช่ แต่น่าจะเป็นเรื่องของความตั้งใจหรือจุดประสงค์ที่อาจจะต้องการให้ไทยตัดสินใจปิดด่านพรมแดน เพราะผู้ที่จะสูญเสียไม่ใช่ใคร จะเป็นประเทศไทยกับมูลค่าการค้าถึงสี่หมื่นล้านบาทที่จะต้องหายไป และนักธุรกิจไทยรายใหญ่ที่ไปลงทุนในกัมพูชาที่จะต้องเดือดร้อน มูลค่าความเสียหายของไทยจะสูงกว่าของกัมพูชา ที่แรงงานส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามาในไทยในแต่ละวัน เป็นคนงานนอกระบบเป็นหลัก แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ผู้นำกัมพูชาเป็นห่วงเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเป็นหลัก โดยมิได้คิดถึงคนกัมพูชา ผู้ต้องข้ามไปข้ามมาระหว่างพรมแดน ติดต่อค้าขายกับคนไทยในแต่ละวัน
6 ปีก่อน ช่วงเหตุการณ์เผาสถานทูตไทย “ตาอยู่” ก็คือเวียดนาม ที่มูลค่าทางการค้าของกัมพูชาเทไปที่เวียดนามแทนตำแหน่งของไทย และครั้งนี้ตาอยู่ อาจจะกำลังจ้องอยู่ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
กัมพูชาเองตอนนี้การเมืองในประเทศก็ร้อนใช่ย่อย เมื่อผู้นำฝ่ายค้านอย่างสัม รังสี นำชาวบ้านไปถอนหลักปักเขตแดนที่ สวายเรียง ร้อนถึงรัฐบาลเวียดนามร้องเรียนมายังผู้นำกัมพูชาให้จัดการเรื่องนี้ด้วย
ล่าสุดมีข่าวว่า ฮุน เซน เตรียมถอดถอนเอกสิทธิ์คุ้มครองทางสภา “immunity” ของสัม รังสี ซึ่งหมายความว่าผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาจะถูกดำเนินคดี ฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย แม้จะอยู่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เกมการเมืองภายในกัมพูชา การชิงพื้นที่ของนักการเมือง กลายเป็นประเด็นที่ผู้นำอย่างฮุน เซน เพิ่มความนิยมทางการเมือง ด้วยการนำพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร เข้าไปกัมพูชา ทั้งที่รู้ทั้งรู้อยู่ว่าจะกลายเป็นความบาดหมางกับผู้นำไทย
เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของผู้นำกัมพูชาที่ไม่ได้สนใจอะไรอื่นมากกว่ารักษาฐานเสียง ฐานอำนาจของตนเอง เพื่อจะให้อยู่ในตำแหน่งไปตลอดชีวิต อย่างที่เคยได้ลั่นวาจาไว้
ตอนนี้ภาระหนักตกกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่เจอศึกรอบด้านทั้งในบ้าน และ นอกบ้าน ที่ต้องคุมอารมณ์ให้อยู่ ไม่หลงกล ไปตามเกมของผู้นำกัมพูชา ที่รู้จักผู้นำไทยมาแล้วถึง 12 คน










