15.11.09

ไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เรื่องของสองประเทศเท่านั้น





10 วันเต็มกับมาตรการตอบโต้ทางการทูตระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นรอบ 10 วันที่ผู้ติดตามข่าวสารไม่อยากเห็นเหตุการณ์ตึงเครียดในระดับที่เคยเกิดขึ้นเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน กับการเผาสถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ

ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ย้ำว่ายึดผลประโยชน์ของประเทศไทยและคนไทยเป็นหลัก แต่จะระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนจนถึงขั้นปิดด่านไทย-กัมพูชา

ผู้นำไทยตอกย้ำอยู่บ่อยๆ อย่างชัดเจน แล้วผู้นำกัมพูชา นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ไม่ได้ยินหรอกหรือ

เรื่องไม่ได้ยินไม่น่าจะใช่ แต่น่าจะเป็นเรื่องของความตั้งใจหรือจุดประสงค์ที่อาจจะต้องการให้ไทยตัดสินใจปิดด่านพรมแดน เพราะผู้ที่จะสูญเสียไม่ใช่ใคร จะเป็นประเทศไทยกับมูลค่าการค้าถึงสี่หมื่นล้านบาทที่จะต้องหายไป และนักธุรกิจไทยรายใหญ่ที่ไปลงทุนในกัมพูชาที่จะต้องเดือดร้อน มูลค่าความเสียหายของไทยจะสูงกว่าของกัมพูชา ที่แรงงานส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามาในไทยในแต่ละวัน เป็นคนงานนอกระบบเป็นหลัก แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ผู้นำกัมพูชาเป็นห่วงเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเป็นหลัก โดยมิได้คิดถึงคนกัมพูชา ผู้ต้องข้ามไปข้ามมาระหว่างพรมแดน ติดต่อค้าขายกับคนไทยในแต่ละวัน

6 ปีก่อน ช่วงเหตุการณ์เผาสถานทูตไทย “ตาอยู่” ก็คือเวียดนาม ที่มูลค่าทางการค้าของกัมพูชาเทไปที่เวียดนามแทนตำแหน่งของไทย และครั้งนี้ตาอยู่ อาจจะกำลังจ้องอยู่ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

กัมพูชาเองตอนนี้การเมืองในประเทศก็ร้อนใช่ย่อย เมื่อผู้นำฝ่ายค้านอย่างสัม รังสี นำชาวบ้านไปถอนหลักปักเขตแดนที่ สวายเรียง ร้อนถึงรัฐบาลเวียดนามร้องเรียนมายังผู้นำกัมพูชาให้จัดการเรื่องนี้ด้วย

ล่าสุดมีข่าวว่า ฮุน เซน เตรียมถอดถอนเอกสิทธิ์คุ้มครองทางสภา “immunity” ของสัม รังสี ซึ่งหมายความว่าผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาจะถูกดำเนินคดี ฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย แม้จะอยู่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เกมการเมืองภายในกัมพูชา การชิงพื้นที่ของนักการเมือง กลายเป็นประเด็นที่ผู้นำอย่างฮุน เซน เพิ่มความนิยมทางการเมือง ด้วยการนำพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร เข้าไปกัมพูชา ทั้งที่รู้ทั้งรู้อยู่ว่าจะกลายเป็นความบาดหมางกับผู้นำไทย

เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของผู้นำกัมพูชาที่ไม่ได้สนใจอะไรอื่นมากกว่ารักษาฐานเสียง ฐานอำนาจของตนเอง เพื่อจะให้อยู่ในตำแหน่งไปตลอดชีวิต อย่างที่เคยได้ลั่นวาจาไว้

ตอนนี้ภาระหนักตกกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่เจอศึกรอบด้านทั้งในบ้าน และ นอกบ้าน ที่ต้องคุมอารมณ์ให้อยู่ ไม่หลงกล ไปตามเกมของผู้นำกัมพูชา ที่รู้จักผู้นำไทยมาแล้วถึง 12 คน

6.11.09

แถลงการณ์ สม รังสี




ช่วงหัวค่ำวันที่ 5 พฤศจิกายน ได้รับอีเมลล์จาก สม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชา หลังจากเมื่อ 15.30 น.รัฐบาลออกแถลงการณ์ปรับความสัมพันธ์กับกัมพูชา และได้เรียกเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ กลับประเทศไทยทันที

โพสต์ ข้อความให้อ่านค่ะ

Sent: Thu, 5 November, 2009 19:12:39
Subject: Statement by Sam Rainsy


Please pass this on to the Thai press in Bangkok. Thank you.
Sam Rainsy


November 5, 2009

STATEMENT

I am surprised to see my name associated with the name of Mr. Thaksin Shinawatra of Thailand on his official appointment as an adviser to Cambodia’s government led by Mr. Hun Sen. It would never come to my mind to serve a foreign government that is at odds with my own country. All my time and resources are and will be exclusively devoted to serving and defending my sacred motherland Cambodia.

Sam Rainsy
Elected representative of the people of Cambodia


การตอบโต้ของฮุนเซน ต่อรัฐบาลไทย และแถลงการณ์ของสม รังสี น่าจะเกี่ยวเนื่องกับการมาประเทศไทยของสม รังสี เมื่อวันที่ 22 กันยายน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการเมืองและสื่อมวลชนในกัมพูชา เมื่อวันที่ 22 กันยายน วันนั้นดิฉันได้ไปติดตามงานสัมมนา และสัมภาษณ์ สม รังสี ซึ่งออกอากาศไปแล้วทาง ที่นี่ ทีวีไทย น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปีที่สม รังสี ได้มาเมืองไทยและได้คุยกับสื่อมวลชน


เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มาประชุมสุดยอดผู้นำอาเซ๊ยนที่หัวหิน และพอมาถึงก็ได้แสดงท่าทีว่าพร้อมที่จะให้ที่พักพิงแก่พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ในกัมพูชา

Hun Sen noted "If (Cambodian opposition leader) Sam Rainsy could come to Thailand as he did recently to make statement against the Cambodian government, why my good friend Thaksin could not come to Cambodia?"


ฮุน เซน ย้ำว่า "ถ้าสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชามาประเทศไทย แล้วต่อว่ารัฐบาลกัมพูชาได้ ทำไม่เพื่อนที่ดีของผมอย่างคุณทักษิณ จะไปกัมพูชาบ้างไม่ได้"

กลายเป็นสองเหตุการณ์ต่างเวลา ต่างวาระ ที่ถูกจับมาเกี่ยวข้องกันจนได้ หรืออะไรก็จะเกิดขึ้นได้กับการเมืองกัมพูชา...และการเมืองไทย

24.10.09

prince "jean" sacrifices

video


"Prince Jean", the nickname, the French press gives to Jean Sarkozy, decides to withdraw from his bid for the top job in management of "La Defense", one of the wealthiest areas in Europe. The son of the President Nicolas Sarkozy has been in the news for about two weeks. The media and the neighbourhood are quite concerned of his role if becoming the "presidency" of the area.

23.10.09

เยือนที่ทำการ "อียู"





ใช้เวลาไปทั้งวันที่กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ทีทำการสำคัญๆของสหภาพยุโรปค่ะ นั่งรถไฟประมาณชั่วโมงครึ่งจากกลางกรุงปารีส ถึงกลางกรุงบรัสเซลล์

ไปถึงก็เข้าไปทีทำการของสหภาพยุโรป มีบรรยากาศการแถลงข่าวและการทำงานของผู้สื่อข่าวที่กำลังยืนมุงเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปกันอยู่ แต่ละวันเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปประชุมกันอย่างหนักหน่วง สัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง และเต็มไปด้วยเอกสาร พิธีการต่างๆมากมาย สำหรับองค์กรที่มีประเทศเป็นสมาชิกอยู่ 27 ประเทศในยุโรป และมีผู้คนราว 500 ล้านคน จำนวนผู้คนนี่พอๆเล็กกว่า 10 ประเทศอาเซียนเสียอีก

สหภาพยุโรปนำหน้าอาเซียนไปก่อนพักใหญ่แล้วเรื่องการรวมตัวกัน เกิดขึ้นยุคปี 1950s อาเซียนมาเกิดขึ้นปี 1967 ถ้านับตามปีก็ตามกันอยู่ไม่น้อยกว่า 15 ปีขึ้นไป

อาเซียนพยายามเรียนรู้จากสหภาพยุโรปในหลายๆด้าน โดยเฉพาะกลไกของการจัดการความเห็นของประเทศสมาชิก การนับคะแนนเวลาลงความเห็น บทลงโทษประเทศสมาชิกที่ทำผิดกฎ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรปที่ได้เจอะเจอ พูดให้กำลังใจอาเซียนมากมาย จะว่าไปก็เป็นภาษานักการทูตที่วาดภาพให้ทุกอย่างดูสวยงามและมีความหวังได้ สำหรับอาเซ๊ยนดูแล้วหนทางยังอีกยาวไกล แต่ก็เดินมาตั้งหลักมาได้มากแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังมีอุปสรรคอีกมากมายให้ต้องแก้ไขอีกเช่นกันค่ะ

เรื่องของสหภาพยุโรปมีกลไกมากมาย แค่ภาษาที่ใช้คุยกันก็เป็นเรื่องแล้ว กับ 27 ประเทศสมาชิก แต่ละครั้งเวลาประชุมกันในรัฐสภาต้องมีล่ามพร้อมแปลทันที 23 ภาษา เขาบอกว่ามีเรื่องเล่าตลก ว่าเวลามีเรื่องขำ จะขำไม่พร้อมกัน เพราะล่ามแต่ละคนจะแปลเรื่องตลกไม่พร้อมกัน

อียู แก้ปัญหาไปแล้วมากมายและยังเติบโตอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ที่ได้พบให้กำลังใจว่า แม้อาเซียนจะย้งต้องเดินอีกไกล ก็ต้องรักกันไว้ ต้องรวมกันเป็นหนึ่งและพยายามจับเป็นกลุ่ม ถ้าเดินไปอย่างโดดเดี่ยวคิดว่าข้ามาคนเดียว ก็จะไปไม่รอด เพราะที่สุดแล้วจะถูกกลืนโดยจีนและอินเดีย ที่กำลังขนาบข้างและมาแรง ถ้ารวมกันเป็นกลุ่มจะมีพลังต่อรองมากกว่าและเป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มประเทศเล็กๆอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะอยู่ในเวทีโลกต่อไป

จบแบบให้ความหวังพร้อมกับสัญญาณว่า ยังต้องเติบโตและเรียนรู้อีกมากสำหรับอาเซียน

22.10.09

France 24

video


This is what I had recorded while at France 24 on Monday. Very sorry for the quality of the picture, not focused. Need to dash to places and I have to operate it all by myself. Well, not complaining though.

Just want to show what a studio of "France 24", a newly launched public TV in France looks like. It will turn 3 years this year. Quite a big success for this new tv station which was launched on the Internet!

20.10.09

from louvre

video video

Bonjour from Paris

This is what I had recorded on Sunday evening in front of Louvre Musuem, Paris. The atmosphere is really fine for late afternoon in October. Next week, when the winter time has started, we would not see sunshine at 6 pm because 6 pm will become 7 pm. So, we all should enjoy it while (the sunshine) lasts.

Apology for English font, I type from the computer of the hotel. No Thai font here.

18.10.09

"Tour Eiffel" ยามเย็น



ฝากภาพ "Tour Eiffel" ยามเย็นมาให้ชมกันค่ะ กว่าจะเดินถึง "ตู อิเฟล" ก็ย่ำค่ำเข้าไปแล้ว ราวหกโมงเย็นกว่าๆ เดินค่อนข้างไกล ไล่ไปเรื่อยตั้งแต่หน้า พิพิธภัณฑ์ Louvre อันเลื่องชื่อ เดินเพลินๆ ชมน้ำแม่น้ำเซนไปด้วย
อากาศเย็น เบาสบายดีค่ะ
ปารีส ยามเย็นนี่รถติดใช่ย่อยเหมือนกัน แต่ทุกๆแยกจะมีไฟสัญญาณ ไม่ว่าแยกใหญ่แยกเล็ก สำหรับคนข้ามถนน จะได้ไม่ต้องแย่งกัน หลายๆแยกที่ไม่มีรถ คนที่นี่ก็จะข้ามถนนกันเลยโดยไม่รอสัญญาณคนเดินข้ามสีเขียว
เดินไปเรื่อยๆ จากลูฟว์ กว่าจะถึง ตูอิเฟล นี่ขาลากเลย ไกลได้ที่จริงๆ แต่แน่นอนคุ้มกับที่ได้เดินไปจนถึง และได้บันทึกภาพก่อนแสงตะวันชั่วโมงสุดท้ายจะลับขอบฟ้า
ก่อนออกจากบริเวณหอไอเฟล นักท่องเที่ยวคนอื่นๆคงมีอาการ "ขาลาก" เช่นกัน บริเวณข้างหน้ารถไฟใต้ดิน เลยมี บรรดา "หมอนวด" และลูกค้า ปักหลักให้และรับบริการกันเป็นการใหญ่ เห็นสภาพทั้งคนนวด และลูกค้าแล้วอดขำไม่ได้ค่ะ คิดถึง "หมอนวด" ที่เมืองไทย ดูแล้วน่านวดกว่ากันเยอะหลายเท่านัก คนเหล่านึ้ลองไปเที่ยวเมืองไทยเถอะ รับรองจะติดใจ








8.10.09

นามสกุล Theroux อ่านว่าอย่างไร






ยินดีมากๆค่ะที่วันอังคารได้ไปสัมภาษณ์คุณ Paul Theroux นักเขียนเรื่องท่องเที่ยวคนดังชาวอเมริกัน เน้นการท่องเที่ยวเดินทางโดยรถไฟนะคะ บางท่านอาจจะเคยอ่าน Great Railway Bazaar กันไปบ้างแล้ว ตอนนี้ดิฉันกำลังอ่าน Blinding Light อยู่ แอบถามคุณ Paul เขาบอกว่าไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่ประวัติส่วนตัว แต่ถึงจะใช่ก็คงจะไม่ยอมรับอยู่ดีละคะ

เรื่องนามสกุลดิฉันก็สงสัยอยู่ว่า Theroux อ่านว่าอะไร ก็เลยถามตรงๆ คุณ พอล บอกว่า อ่านว่า เธอ-รู โดยไม่ต้องมีเสียง s ก็เลยได้บางอ้อสักที ต้นตระกูล Theroux มาจากฝรั่งเศสเมื่อกว่า 200 ปีก่อนค่ะ

เคยสืบตระกูลกันบ้างมั้ยคะ สังเกตว่าคนตะวันตกเขาจะชอบสืบสายตระกูลกันมาก เสาะหา family tree กันเป็นงานอดิเรก ดิฉันเองก็สืบๆอยู่ กลับไปได้แค่ยุครัชกาลที่สี่เอง อยากจะย้อนกลับไปได้ไกลกว่านั้นค่ะ

เรื่องสืบตระกูลนี่ เห็นว่าตระกูลขงจื๊อ มีผู้สืบสายหลายแสนคนทั่วโลกแล้ว

คนจีนไปได้ทุกที่ที่มีแสงตะวันจริงๆ


27.9.09

Bangkok Climate Change Talks 2009

“Bangkok Climate Change Talks 2009”

เวทีสำคัญของการประชุมระดับโลกว่าด้วย ความเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศโลก “Climate Change” ที่ทั้งโลกกำลังตื่นตัว จะมีขึ้น 28 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม ที่สหประชาชาติกรุงเทพค่ะ

เป็นส่วนหนึ่งของการต่อรองกันห้าระลอกในระดับนานาชาติ ว่าด้วยเรื่อง United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) สองเดือนก่อนจะมีการประชุมครั้งใหญ่เดือนธันวาคม ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว 180 ประเทศทั่วโลกตกลงกันว่าช่วง 2 ปีที่กำลังจะผ่านพ้นเป็นช่วงเวลาแห่งการพูดคุย ต่อรอง เจรจา ก่อนที่จะนำเสนอผลการประชุมที่ประเทศเดนมาร์ค

งานใหญ่ครั้งนี้จะมีผู้ร่วมประชุมจากทั่วโลกกว่า 2500 คนค่ะ กรุงเทพได้ต้อนรับแขกสำคัญขนาดนี้ แ ละจะเริ่มงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันพรุ่งนี้ จำนวนคนมากๆไม่สำคัญเท่ากับผลที่จะตามมาว่าได้คุณภาพขนาดไหน เพื่อความร่วมมือในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

งานใหญ่ขนาดนี้คนไทยไม่สนใจไม่ได้ค่ะ

22.9.09

นายพล "วัง เปา" กับชะตากรรม ม้งลาว ในไทย


ม้งลาวในไทยเหลืออยู่ 4,511 คนค่ะ แหล่งข่าวระดับสูงในวงการความมั่นคงของไทยบอก และจะต้องส่งกลับไปให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวดูแลต่อ และทางลาวจะรับกลับไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 นี้

คนม้งลาวอพยพออกมาจากลาวในช่วงสงครามเวียดนาม คนกลุ่มนี้เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพสหรัฐในช่วงสงครามเวียดนาม พอสงครามจบ ค.ศ. 1975 ทั้งผู้นำม้งลาว ทั้งคนม้งลาว ต้องหาทางออกไปจากลาว เพราะทางการลาวย่อมถือว่าเป็นศัตรูของชาติ นายพลวังเปา ผู้นำม้งลาวพลัดถิ่นไปอยู่สหรัฐ และกลายเป็นผู้นำท้องถิ่น ที่คนม้งลาวให้ความเคารพนับถือตั้งแต่บัดนั้น

เมื่อ 19 กันยายน ศาลแขวงที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองซาคราเมนโต ของสหรัฐ ตัดสินยกเลิกข้อหาวางแผนทำลายล้างรัฐบาลลาว ต่อนายพล วังเปา หลังจากจับเขาไปอยู่ในเรือนจำเดือนมิถุนายน สองปีก่อน นายพล วัง เปา เป็นที่รักของคนม้งลาวในสหรัฐเป็นอันมาก ผู้คนประท้วงศาลในสหรัฐมาหลายรอบแล้วเพราะต้องการเรียกร้องให้ปล่อยตัวท่านนายพล ที่พวกเขาเคารพรักเหมือนเป็นประมุขสูงสุด

ตอนที่ถูกจับนายพล วังเปา ถูกศาลตั้งข้อหาว่า จัดหาอาวุธ ให้เงิน และสมคบคิดกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเพื่อล้มล้างรัฐบาลลาว สองวันก่อน นายพล วังเปา ได้รับการปล่อยตัวแต่เพียงผู้เดียวและยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งปวง แต่จำเลยคนอื่นๆยังถูกกักขังและจะต้องถูกสอบสวนต่อไป

แหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคงในไทยบอกว่า รัฐบาลลาวกระซิบบอกว่า ถ้าสิ้นปีนี้ ทางการไทยส่งตัวม้งลาวกลับไปได้แค่ไหนก็แค่นั้น หลังจากนั้นจะไม่รับแล้ว และบอกว่าที่ผ่านมาเป็นกังวลกับกลุ่มม้งลาวในไทยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ยังเคลื่อนไหวอยู่

ม้งลาวที่ถูกส่งกลับไปตอนนี้ จะได้รับสถานะเหมือนคนลาว ได้รับการนิรโทษกรรม และอาจจะได้รับการจัดสรรที่ดินให้ทำกินต่อไปในประเทศ แต่ถ้าหยั่งใจดูคนม้งลาวในไทยไม่อยากไปลาวค่ะ ต้องการจะไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐมากกว่า แต่รัฐบาลสหรัฐปิดประตูรับม้งลาวไปอยู่ที่อเมริกาแล้ว

ดูเหมือนจะเหลือทางเดียว คือกลับ สปป. ลาว น่าเห็นใจยิ่งนักกับชีวิตคนที่แขวนอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ผู้บริหารในระดับรัฐบาลเป็นผู้บงการชีวิต
ประวัติศาสตร์ที่ติดมากับผู้คนจะทำให้หายไป แล้วนับหนึ่งกันใหม่ในคนรุ่นนี้ได้หรือ อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าช่วงชีวิตของคนรุ่นเดียว!